เก็บสินค้าเป็น Lots | Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?
ในคลังสินค้าสมัยใหม่
การ “เก็บสินค้าให้ได้เยอะที่สุด” ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป
แต่ต้อง “เก็บให้เป็นระบบ + หยิบได้จริง + คุมได้จริง”
หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ
การเก็บสินค้าแบบ “Lots” และการใช้ชั้นวางแบบ “Drive-In Rack”
คำถามคือ
มันตอบโจทย์ธุรกิจจริงไหม?
หรือแค่เหมาะกับบางประเภทเท่านั้น
Lot คืออะไร?
Lot คือ
การจัดกลุ่มสินค้าเป็น “ชุดเดียวกัน” ตามเงื่อนไข เช่น
• วันผลิต
• วันหมดอายุ
• Batch การผลิต
• Supplier
การเก็บสินค้าแบบ Lot จะช่วยให้สามารถ
ติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมสินค้าได้ง่ายขึ้น
Drive-In Rack คืออะไร?
Drive-In Rack คือ
ระบบชั้นวางสินค้าแบบ “ลึก” ที่สามารถขับรถ Forklift เข้าไปเก็บสินค้าได้
โดยจะเก็บสินค้าแบบ “เรียงลึกเข้าไปด้านใน”
เหมาะกับคลังที่ต้องการใช้พื้นที่แนวลึกให้คุ้มที่สุด
ทำไม Lot + Drive-In Rack ถึงถูกพูดถึงคู่กัน
เพราะทั้งสองแนวคิด
เน้น “การจัดกลุ่มสินค้า”
Lot
→ จัดกลุ่มตามข้อมูล
Drive-In
→ จัดกลุ่มตามพื้นที่จริง
เมื่อใช้ร่วมกัน
จะช่วยให้:
• จัดเก็บเป็นชุดเดียวกัน
• ลดการปะปนสินค้า
• ใช้พื้นที่คลังได้สูงสุด
ข้อดีของการเก็บสินค้าแบบ Lot
• ตรวจสอบย้อนหลังได้ (Traceability)
• ควบคุมคุณภาพสินค้าได้
• รองรับ FIFO / FEFO / LIFO
• ลดความผิดพลาดในการหยิบ
• เหมาะกับสินค้า Batch Production
ข้อดีของ Drive-In Rack
• ใช้พื้นที่คลังได้มากขึ้น 30–60%
• ลดพื้นที่ทางเดิน (Aisle)
• เหมาะกับการเก็บสินค้าแบบ Bulk
• รองรับการเก็บเป็น Lot ได้ดี
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง
แต่… Drive-In Rack มีข้อจำกัดอะไร?
• หยิบสินค้าช้ากว่า Rack ปกติ
• ต้องใช้ LIFO เป็นหลัก
• ไม่เหมาะกับสินค้าที่ต้องหยิบบ่อยหลาย SKU
• ต้องวางแผน Lot ให้ดี
• ต้องใช้ระบบช่วยควบคุม
Drive-In Rack เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
• โรงงานผลิต (Manufacturing)
• สินค้าเป็น Lot ใหญ่
• สินค้าไม่มีวันหมดอายุ
• สินค้าที่เคลื่อนที่เป็น Batch
• คลังที่ต้องการเพิ่ม Capacity
ตัวเลขที่ธุรกิจควรรู้
• เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้สูงสุด 60%
• ลดพื้นที่ทางเดินได้ 30–40%
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง 20–35%
• แต่เวลา Picking อาจเพิ่มขึ้น 10–25%
ปัญหาที่มักเกิดเมื่อใช้ Drive-In Rack
• หาสินค้าไม่เจอ
• Lot ปะปนกัน
• หยิบผิด
• ของเก่าค้าง
• ระบบไม่รองรับ LIFO
ทำไมต้องใช้ WMS กับ Lot + Drive-In
ถ้าจัดการแบบ Manual
จะเกิดปัญหา:
• จำตำแหน่งไม่ได้
• ไม่รู้ Lot ไหนอยู่ลึก
• หยิบผิด
• ข้อมูลไม่ตรง
ระบบ WMS ช่วยอะไรได้บ้าง
• กำหนด Lot Tracking อัตโนมัติ
• ระบุตำแหน่งสินค้า (Location / Depth)
• รองรับ LIFO / FIFO / FEFO
• แนะนำตำแหน่งจัดเก็บ (Putaway)
• ควบคุมการหยิบสินค้า
• ลด Human Error
Flow การทำงานจริง (Lot + Drive-In)
รับสินค้า
→ สร้าง Lot
→ Putaway เข้า Drive-In Rack
→ จัดเรียงตามลำดับ
→ รับออเดอร์
→ ระบบเลือก Lot ตาม Rule
→ Picking
→ Dispatch
ตอบคำถาม : Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?
คำตอบคือ
“ตอบโจทย์…ถ้าใช้ถูกประเภท”
เหมาะกับ:
• สินค้า Lot ใหญ่
• ไม่ต้องหยิบบ่อย
• เน้นเก็บมากกว่าหยิบ
ไม่เหมาะกับ:
• E-commerce SKU เยอะ
• สินค้าหลายประเภท
• ต้องหยิบเร็ว

การเก็บสินค้าแบบ Lot ช่วยให้ควบคุมสินค้าได้แม่นยำ
และ Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในคลัง
ทั้งสองอย่างสามารถทำงานร่วมกันได้ดี
แต่ต้องใช้ระบบ WMS เพื่อควบคุมการจัดเก็บและการหยิบสินค้า
การเลือกใช้ต้องขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
รูปแบบการทำงาน และเป้าหมายของธุรกิจ
Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่คลังได้สูงสุด 60%
แต่ต้องใช้ร่วมกับระบบ WMS เพื่อควบคุม Lot และลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้า
เก็บสินค้าเป็น Lots | Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?

ในคลังสินค้าสมัยใหม่
การ “เก็บสินค้าให้ได้เยอะที่สุด” ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป
แต่ต้อง “เก็บให้เป็นระบบ + หยิบได้จริง + คุมได้จริง”
หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ
การเก็บสินค้าแบบ “Lots” และการใช้ชั้นวางแบบ “Drive-In Rack”
คำถามคือ
มันตอบโจทย์ธุรกิจจริงไหม?
หรือแค่เหมาะกับบางประเภทเท่านั้น
Lot คืออะไร?
Lot คือ
การจัดกลุ่มสินค้าเป็น “ชุดเดียวกัน” ตามเงื่อนไข เช่น
• วันผลิต
• วันหมดอายุ
• Batch การผลิต
• Supplier
การเก็บสินค้าแบบ Lot จะช่วยให้สามารถ
ติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมสินค้าได้ง่ายขึ้น
Drive-In Rack คืออะไร?
Drive-In Rack คือ
ระบบชั้นวางสินค้าแบบ “ลึก” ที่สามารถขับรถ Forklift เข้าไปเก็บสินค้าได้
โดยจะเก็บสินค้าแบบ “เรียงลึกเข้าไปด้านใน”
เหมาะกับคลังที่ต้องการใช้พื้นที่แนวลึกให้คุ้มที่สุด
ทำไม Lot + Drive-In Rack ถึงถูกพูดถึงคู่กัน
เพราะทั้งสองแนวคิด
เน้น “การจัดกลุ่มสินค้า”
Lot
→ จัดกลุ่มตามข้อมูล
Drive-In
→ จัดกลุ่มตามพื้นที่จริง
เมื่อใช้ร่วมกัน
จะช่วยให้:
• จัดเก็บเป็นชุดเดียวกัน
• ลดการปะปนสินค้า
• ใช้พื้นที่คลังได้สูงสุด
ข้อดีของการเก็บสินค้าแบบ Lot
• ตรวจสอบย้อนหลังได้ (Traceability)
• ควบคุมคุณภาพสินค้าได้
• รองรับ FIFO / FEFO / LIFO
• ลดความผิดพลาดในการหยิบ
• เหมาะกับสินค้า Batch Production
ข้อดีของ Drive-In Rack
• ใช้พื้นที่คลังได้มากขึ้น 30–60%
• ลดพื้นที่ทางเดิน (Aisle)
• เหมาะกับการเก็บสินค้าแบบ Bulk
• รองรับการเก็บเป็น Lot ได้ดี
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง
แต่… Drive-In Rack มีข้อจำกัดอะไร?
• หยิบสินค้าช้ากว่า Rack ปกติ
• ต้องใช้ LIFO เป็นหลัก
• ไม่เหมาะกับสินค้าที่ต้องหยิบบ่อยหลาย SKU
• ต้องวางแผน Lot ให้ดี
• ต้องใช้ระบบช่วยควบคุม
Drive-In Rack เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
• โรงงานผลิต (Manufacturing)
• สินค้าเป็น Lot ใหญ่
• สินค้าไม่มีวันหมดอายุ
• สินค้าที่เคลื่อนที่เป็น Batch
• คลังที่ต้องการเพิ่ม Capacity
ตัวเลขที่ธุรกิจควรรู้
• เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้สูงสุด 60%
• ลดพื้นที่ทางเดินได้ 30–40%
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง 20–35%
• แต่เวลา Picking อาจเพิ่มขึ้น 10–25%
ปัญหาที่มักเกิดเมื่อใช้ Drive-In Rack
• หาสินค้าไม่เจอ
• Lot ปะปนกัน
• หยิบผิด
• ของเก่าค้าง
• ระบบไม่รองรับ LIFO
ทำไมต้องใช้ WMS กับ Lot + Drive-In
ถ้าจัดการแบบ Manual
จะเกิดปัญหา:
• จำตำแหน่งไม่ได้
• ไม่รู้ Lot ไหนอยู่ลึก
• หยิบผิด
• ข้อมูลไม่ตรง
ระบบ WMS ช่วยอะไรได้บ้าง
• กำหนด Lot Tracking อัตโนมัติ
• ระบุตำแหน่งสินค้า (Location / Depth)
• รองรับ LIFO / FIFO / FEFO
• แนะนำตำแหน่งจัดเก็บ (Putaway)
• ควบคุมการหยิบสินค้า
• ลด Human Error
Flow การทำงานจริง (Lot + Drive-In)
รับสินค้า
→ สร้าง Lot
→ Putaway เข้า Drive-In Rack
→ จัดเรียงตามลำดับ
→ รับออเดอร์
→ ระบบเลือก Lot ตาม Rule
→ Picking
→ Dispatch
ตอบคำถาม : Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?
คำตอบคือ
“ตอบโจทย์…ถ้าใช้ถูกประเภท”
เหมาะกับ:
• สินค้า Lot ใหญ่
• ไม่ต้องหยิบบ่อย
• เน้นเก็บมากกว่าหยิบ
ไม่เหมาะกับ:
• E-commerce SKU เยอะ
• สินค้าหลายประเภท
• ต้องหยิบเร็ว

การเก็บสินค้าแบบ Lot ช่วยให้ควบคุมสินค้าได้แม่นยำ
และ Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในคลัง
ทั้งสองอย่างสามารถทำงานร่วมกันได้ดี
แต่ต้องใช้ระบบ WMS เพื่อควบคุมการจัดเก็บและการหยิบสินค้า
การเลือกใช้ต้องขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
รูปแบบการทำงาน และเป้าหมายของธุรกิจ
Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่คลังได้สูงสุด 60%
แต่ต้องใช้ร่วมกับระบบ WMS เพื่อควบคุม Lot และลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้า


พร้อมยกระดับธุรกิจคุณด้วย
OnePlatform หรือยัง?
เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงธุรกิจของคุณวันนี้
พร้อมทีมงานมืออาชีพที่จะดูแลคุณตลอดเส้นทาง
Contact Us

ระบบเดียว ดูแลครบจบทุกกระบวนการโลจิสติกส์ ตั้งแต่ WMS, TMS, OMS, Queue ตั้งแต่ออเดอร์แรก จนของถึงมือลูกค้า
ช่วยเหลือ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ
นโยบายแก้ปัญหาข้อร้องเรียน
คำร้องขอถอนข้อมูลส่วนบุคคล
© 2026 OnePlatform. All rights reserved.
Privacy









พร้อมยกระดับธุรกิจคุณด้วย
OnePlatform หรือยัง?
เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงธุรกิจของคุณวันนี้
พร้อมทีมงานมืออาชีพ
ที่จะดูแลคุณตลอดเส้นทาง
Contact Us

ระบบเดียว ดูแลครบจบทุกกระบวนการโลจิสติกส์ ตั้งแต่ WMS, TMS, OMS, Queue ตั้งแต่ออเดอร์แรก จนของถึงมือลูกค้า
บริษัทไอสมาร์ท ดิจิเทค จำกัด
โทร : 083-156-1156
1528 ถนนสุขุมวิท พระโขนง คลองเตย กรุงเทพ 10260
ติดต่อเรา
บริการของเรา
OneWMS ระบบคลังอัจฉริยะ
OneTMS ระบบขนส่งอัจฉริยะ
บริการอื่นๆ
ช่วยเหลือ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ
นโยบายแก้ปัญหาข้อร้องเรียน
คำร้องขอถอนข้อมูลส่วนบุคคล
© 2026 OnePlatform. All rights reserved.
Privacy















พร้อมยกระดับธุรกิจคุณด้วย
OnePlatform หรือยัง?
เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงธุรกิจของคุณวันนี้
พร้อมทีมงานมืออาชีพที่จะดูแลคุณตลอดเส้นทาง
Contact Us


ระบบเดียว ดูแลครบจบทุกกระบวนการโลจิสติกส์ ตั้งแต่ WMS, TMS, OMS, Queue ตั้งแต่ออเดอร์แรก จนของถึงมือลูกค้า
บริษัทไอสมาร์ท ดิจิเทค จำกัด
โทร : 083-156-1156
1528 ถนนสุขุมวิท พระโขนง คลองเตย กรุงเทพ 10260
ติดต่อเรา
บริการของเรา
OneWMS ระบบคลังอัจฉริยะ
OneTMS ระบบขนส่งอัจฉริยะ
บริการอื่นๆ
ช่วยเหลือ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ
นโยบายแก้ปัญหาข้อร้องเรียน
คำร้องขอถอนข้อมูลส่วนบุคคล
© 2026 OnePlatform. All rights reserved.
Privacy
เก็บสินค้าเป็น Lots | Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?
เก็บสินค้าเป็น Lots | Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?
ในคลังสินค้าสมัยใหม่
การ “เก็บสินค้าให้ได้เยอะที่สุด” ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป
แต่ต้อง “เก็บให้เป็นระบบ + หยิบได้จริง + คุมได้จริง”
หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ
การเก็บสินค้าแบบ “Lots” และการใช้ชั้นวางแบบ “Drive-In Rack”
คำถามคือ
มันตอบโจทย์ธุรกิจจริงไหม?
หรือแค่เหมาะกับบางประเภทเท่านั้น
Lot คืออะไร?
Lot คือ
การจัดกลุ่มสินค้าเป็น “ชุดเดียวกัน” ตามเงื่อนไข เช่น
• วันผลิต
• วันหมดอายุ
• Batch การผลิต
• Supplier
การเก็บสินค้าแบบ Lot จะช่วยให้สามารถ
ติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมสินค้าได้ง่ายขึ้น
Drive-In Rack คืออะไร?
Drive-In Rack คือ
ระบบชั้นวางสินค้าแบบ “ลึก” ที่สามารถขับรถ Forklift เข้าไปเก็บสินค้าได้
โดยจะเก็บสินค้าแบบ “เรียงลึกเข้าไปด้านใน”
เหมาะกับคลังที่ต้องการใช้พื้นที่แนวลึกให้คุ้มที่สุด
ทำไม Lot + Drive-In Rack ถึงถูกพูดถึงคู่กัน
เพราะทั้งสองแนวคิด
เน้น “การจัดกลุ่มสินค้า”
Lot
→ จัดกลุ่มตามข้อมูล
Drive-In
→ จัดกลุ่มตามพื้นที่จริง
เมื่อใช้ร่วมกัน
จะช่วยให้:
• จัดเก็บเป็นชุดเดียวกัน
• ลดการปะปนสินค้า
• ใช้พื้นที่คลังได้สูงสุด
ข้อดีของการเก็บสินค้าแบบ Lot
• ตรวจสอบย้อนหลังได้ (Traceability)
• ควบคุมคุณภาพสินค้าได้
• รองรับ FIFO / FEFO / LIFO
• ลดความผิดพลาดในการหยิบ
• เหมาะกับสินค้า Batch Production
ข้อดีของ Drive-In Rack
• ใช้พื้นที่คลังได้มากขึ้น 30–60%
• ลดพื้นที่ทางเดิน (Aisle)
• เหมาะกับการเก็บสินค้าแบบ Bulk
• รองรับการเก็บเป็น Lot ได้ดี
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง
แต่… Drive-In Rack มีข้อจำกัดอะไร?
• หยิบสินค้าช้ากว่า Rack ปกติ
• ต้องใช้ LIFO เป็นหลัก
• ไม่เหมาะกับสินค้าที่ต้องหยิบบ่อยหลาย SKU
• ต้องวางแผน Lot ให้ดี
• ต้องใช้ระบบช่วยควบคุม
Drive-In Rack เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
• โรงงานผลิต (Manufacturing)
• สินค้าเป็น Lot ใหญ่
• สินค้าไม่มีวันหมดอายุ
• สินค้าที่เคลื่อนที่เป็น Batch
• คลังที่ต้องการเพิ่ม Capacity
ตัวเลขที่ธุรกิจควรรู้
• เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้สูงสุด 60%
• ลดพื้นที่ทางเดินได้ 30–40%
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง 20–35%
• แต่เวลา Picking อาจเพิ่มขึ้น 10–25%
ปัญหาที่มักเกิดเมื่อใช้ Drive-In Rack
• หาสินค้าไม่เจอ
• Lot ปะปนกัน
• หยิบผิด
• ของเก่าค้าง
• ระบบไม่รองรับ LIFO
ทำไมต้องใช้ WMS กับ Lot + Drive-In
ถ้าจัดการแบบ Manual
จะเกิดปัญหา:
• จำตำแหน่งไม่ได้
• ไม่รู้ Lot ไหนอยู่ลึก
• หยิบผิด
• ข้อมูลไม่ตรง
ระบบ WMS ช่วยอะไรได้บ้าง
• กำหนด Lot Tracking อัตโนมัติ
• ระบุตำแหน่งสินค้า (Location / Depth)
• รองรับ LIFO / FIFO / FEFO
• แนะนำตำแหน่งจัดเก็บ (Putaway)
• ควบคุมการหยิบสินค้า
• ลด Human Error
Flow การทำงานจริง (Lot + Drive-In)
รับสินค้า
→ สร้าง Lot
→ Putaway เข้า Drive-In Rack
→ จัดเรียงตามลำดับ
→ รับออเดอร์
→ ระบบเลือก Lot ตาม Rule
→ Picking
→ Dispatch
ตอบคำถาม : Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?
คำตอบคือ
“ตอบโจทย์…ถ้าใช้ถูกประเภท”
เหมาะกับ:
• สินค้า Lot ใหญ่
• ไม่ต้องหยิบบ่อย
• เน้นเก็บมากกว่าหยิบ
ไม่เหมาะกับ:
• E-commerce SKU เยอะ
• สินค้าหลายประเภท
• ต้องหยิบเร็ว

การเก็บสินค้าแบบ Lot ช่วยให้ควบคุมสินค้าได้แม่นยำ
และ Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในคลัง
ทั้งสองอย่างสามารถทำงานร่วมกันได้ดี
แต่ต้องใช้ระบบ WMS เพื่อควบคุมการจัดเก็บและการหยิบสินค้า
การเลือกใช้ต้องขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
รูปแบบการทำงาน และเป้าหมายของธุรกิจ
Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่คลังได้สูงสุด 60%
แต่ต้องใช้ร่วมกับระบบ WMS เพื่อควบคุม Lot และลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้า


ในคลังสินค้าสมัยใหม่
การ “เก็บสินค้าให้ได้เยอะที่สุด” ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป
แต่ต้อง “เก็บให้เป็นระบบ + หยิบได้จริง + คุมได้จริง”
หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ
การเก็บสินค้าแบบ “Lots” และการใช้ชั้นวางแบบ “Drive-In Rack”
คำถามคือ
มันตอบโจทย์ธุรกิจจริงไหม?
หรือแค่เหมาะกับบางประเภทเท่านั้น
Lot คืออะไร?
Lot คือ
การจัดกลุ่มสินค้าเป็น “ชุดเดียวกัน” ตามเงื่อนไข เช่น
• วันผลิต
• วันหมดอายุ
• Batch การผลิต
• Supplier
การเก็บสินค้าแบบ Lot จะช่วยให้สามารถ
ติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมสินค้าได้ง่ายขึ้น
Drive-In Rack คืออะไร?
Drive-In Rack คือ
ระบบชั้นวางสินค้าแบบ “ลึก” ที่สามารถขับรถ Forklift เข้าไปเก็บสินค้าได้
โดยจะเก็บสินค้าแบบ “เรียงลึกเข้าไปด้านใน”
เหมาะกับคลังที่ต้องการใช้พื้นที่แนวลึกให้คุ้มที่สุด
ทำไม Lot + Drive-In Rack ถึงถูกพูดถึงคู่กัน
เพราะทั้งสองแนวคิด
เน้น “การจัดกลุ่มสินค้า”
Lot
→ จัดกลุ่มตามข้อมูล
Drive-In
→ จัดกลุ่มตามพื้นที่จริง
เมื่อใช้ร่วมกัน
จะช่วยให้:
• จัดเก็บเป็นชุดเดียวกัน
• ลดการปะปนสินค้า
• ใช้พื้นที่คลังได้สูงสุด
ข้อดีของการเก็บสินค้าแบบ Lot
• ตรวจสอบย้อนหลังได้ (Traceability)
• ควบคุมคุณภาพสินค้าได้
• รองรับ FIFO / FEFO / LIFO
• ลดความผิดพลาดในการหยิบ
• เหมาะกับสินค้า Batch Production
ข้อดีของ Drive-In Rack
• ใช้พื้นที่คลังได้มากขึ้น 30–60%
• ลดพื้นที่ทางเดิน (Aisle)
• เหมาะกับการเก็บสินค้าแบบ Bulk
• รองรับการเก็บเป็น Lot ได้ดี
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง
แต่… Drive-In Rack มีข้อจำกัดอะไร?
• หยิบสินค้าช้ากว่า Rack ปกติ
• ต้องใช้ LIFO เป็นหลัก
• ไม่เหมาะกับสินค้าที่ต้องหยิบบ่อยหลาย SKU
• ต้องวางแผน Lot ให้ดี
• ต้องใช้ระบบช่วยควบคุม
Drive-In Rack เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
• โรงงานผลิต (Manufacturing)
• สินค้าเป็น Lot ใหญ่
• สินค้าไม่มีวันหมดอายุ
• สินค้าที่เคลื่อนที่เป็น Batch
• คลังที่ต้องการเพิ่ม Capacity
ตัวเลขที่ธุรกิจควรรู้
• เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้สูงสุด 60%
• ลดพื้นที่ทางเดินได้ 30–40%
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง 20–35%
• แต่เวลา Picking อาจเพิ่มขึ้น 10–25%
ปัญหาที่มักเกิดเมื่อใช้ Drive-In Rack
• หาสินค้าไม่เจอ
• Lot ปะปนกัน
• หยิบผิด
• ของเก่าค้าง
• ระบบไม่รองรับ LIFO
ทำไมต้องใช้ WMS กับ Lot + Drive-In
ถ้าจัดการแบบ Manual
จะเกิดปัญหา:
• จำตำแหน่งไม่ได้
• ไม่รู้ Lot ไหนอยู่ลึก
• หยิบผิด
• ข้อมูลไม่ตรง
ระบบ WMS ช่วยอะไรได้บ้าง
• กำหนด Lot Tracking อัตโนมัติ
• ระบุตำแหน่งสินค้า (Location / Depth)
• รองรับ LIFO / FIFO / FEFO
• แนะนำตำแหน่งจัดเก็บ (Putaway)
• ควบคุมการหยิบสินค้า
• ลด Human Error
Flow การทำงานจริง (Lot + Drive-In)
รับสินค้า
→ สร้าง Lot
→ Putaway เข้า Drive-In Rack
→ จัดเรียงตามลำดับ
→ รับออเดอร์
→ ระบบเลือก Lot ตาม Rule
→ Picking
→ Dispatch
ตอบคำถาม : Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?
คำตอบคือ
“ตอบโจทย์…ถ้าใช้ถูกประเภท”
เหมาะกับ:
• สินค้า Lot ใหญ่
• ไม่ต้องหยิบบ่อย
• เน้นเก็บมากกว่าหยิบ
ไม่เหมาะกับ:
• E-commerce SKU เยอะ
• สินค้าหลายประเภท
• ต้องหยิบเร็ว

การเก็บสินค้าแบบ Lot ช่วยให้ควบคุมสินค้าได้แม่นยำ
และ Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในคลัง
ทั้งสองอย่างสามารถทำงานร่วมกันได้ดี
แต่ต้องใช้ระบบ WMS เพื่อควบคุมการจัดเก็บและการหยิบสินค้า
การเลือกใช้ต้องขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
รูปแบบการทำงาน และเป้าหมายของธุรกิจ
Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่คลังได้สูงสุด 60%
แต่ต้องใช้ร่วมกับระบบ WMS เพื่อควบคุม Lot และลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้า
เก็บสินค้าเป็น Lots | Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?
เก็บสินค้าเป็น Lots | Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?
ในคลังสินค้าสมัยใหม่
การ “เก็บสินค้าให้ได้เยอะที่สุด” ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป
แต่ต้อง “เก็บให้เป็นระบบ + หยิบได้จริง + คุมได้จริง”
หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ
การเก็บสินค้าแบบ “Lots” และการใช้ชั้นวางแบบ “Drive-In Rack”
คำถามคือ
มันตอบโจทย์ธุรกิจจริงไหม?
หรือแค่เหมาะกับบางประเภทเท่านั้น
Lot คืออะไร?
Lot คือ
การจัดกลุ่มสินค้าเป็น “ชุดเดียวกัน” ตามเงื่อนไข เช่น
• วันผลิต
• วันหมดอายุ
• Batch การผลิต
• Supplier
การเก็บสินค้าแบบ Lot จะช่วยให้สามารถ
ติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมสินค้าได้ง่ายขึ้น
Drive-In Rack คืออะไร?
Drive-In Rack คือ
ระบบชั้นวางสินค้าแบบ “ลึก” ที่สามารถขับรถ Forklift เข้าไปเก็บสินค้าได้
โดยจะเก็บสินค้าแบบ “เรียงลึกเข้าไปด้านใน”
เหมาะกับคลังที่ต้องการใช้พื้นที่แนวลึกให้คุ้มที่สุด
ทำไม Lot + Drive-In Rack ถึงถูกพูดถึงคู่กัน
เพราะทั้งสองแนวคิด
เน้น “การจัดกลุ่มสินค้า”
Lot
→ จัดกลุ่มตามข้อมูล
Drive-In
→ จัดกลุ่มตามพื้นที่จริง
เมื่อใช้ร่วมกัน
จะช่วยให้:
• จัดเก็บเป็นชุดเดียวกัน
• ลดการปะปนสินค้า
• ใช้พื้นที่คลังได้สูงสุด
ข้อดีของการเก็บสินค้าแบบ Lot
• ตรวจสอบย้อนหลังได้ (Traceability)
• ควบคุมคุณภาพสินค้าได้
• รองรับ FIFO / FEFO / LIFO
• ลดความผิดพลาดในการหยิบ
• เหมาะกับสินค้า Batch Production
ข้อดีของ Drive-In Rack
• ใช้พื้นที่คลังได้มากขึ้น 30–60%
• ลดพื้นที่ทางเดิน (Aisle)
• เหมาะกับการเก็บสินค้าแบบ Bulk
• รองรับการเก็บเป็น Lot ได้ดี
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง
แต่… Drive-In Rack มีข้อจำกัดอะไร?
• หยิบสินค้าช้ากว่า Rack ปกติ
• ต้องใช้ LIFO เป็นหลัก
• ไม่เหมาะกับสินค้าที่ต้องหยิบบ่อยหลาย SKU
• ต้องวางแผน Lot ให้ดี
• ต้องใช้ระบบช่วยควบคุม
Drive-In Rack เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
• โรงงานผลิต (Manufacturing)
• สินค้าเป็น Lot ใหญ่
• สินค้าไม่มีวันหมดอายุ
• สินค้าที่เคลื่อนที่เป็น Batch
• คลังที่ต้องการเพิ่ม Capacity
ตัวเลขที่ธุรกิจควรรู้
• เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้สูงสุด 60%
• ลดพื้นที่ทางเดินได้ 30–40%
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง 20–35%
• แต่เวลา Picking อาจเพิ่มขึ้น 10–25%
ปัญหาที่มักเกิดเมื่อใช้ Drive-In Rack
• หาสินค้าไม่เจอ
• Lot ปะปนกัน
• หยิบผิด
• ของเก่าค้าง
• ระบบไม่รองรับ LIFO
ทำไมต้องใช้ WMS กับ Lot + Drive-In
ถ้าจัดการแบบ Manual
จะเกิดปัญหา:
• จำตำแหน่งไม่ได้
• ไม่รู้ Lot ไหนอยู่ลึก
• หยิบผิด
• ข้อมูลไม่ตรง
ระบบ WMS ช่วยอะไรได้บ้าง
• กำหนด Lot Tracking อัตโนมัติ
• ระบุตำแหน่งสินค้า (Location / Depth)
• รองรับ LIFO / FIFO / FEFO
• แนะนำตำแหน่งจัดเก็บ (Putaway)
• ควบคุมการหยิบสินค้า
• ลด Human Error
Flow การทำงานจริง (Lot + Drive-In)
รับสินค้า
→ สร้าง Lot
→ Putaway เข้า Drive-In Rack
→ จัดเรียงตามลำดับ
→ รับออเดอร์
→ ระบบเลือก Lot ตาม Rule
→ Picking
→ Dispatch
ตอบคำถาม : Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?
คำตอบคือ
“ตอบโจทย์…ถ้าใช้ถูกประเภท”
เหมาะกับ:
• สินค้า Lot ใหญ่
• ไม่ต้องหยิบบ่อย
• เน้นเก็บมากกว่าหยิบ
ไม่เหมาะกับ:
• E-commerce SKU เยอะ
• สินค้าหลายประเภท
• ต้องหยิบเร็ว

การเก็บสินค้าแบบ Lot ช่วยให้ควบคุมสินค้าได้แม่นยำ
และ Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในคลัง
ทั้งสองอย่างสามารถทำงานร่วมกันได้ดี
แต่ต้องใช้ระบบ WMS เพื่อควบคุมการจัดเก็บและการหยิบสินค้า
การเลือกใช้ต้องขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
รูปแบบการทำงาน และเป้าหมายของธุรกิจ
Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่คลังได้สูงสุด 60%
แต่ต้องใช้ร่วมกับระบบ WMS เพื่อควบคุม Lot และลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้า

ในคลังสินค้าสมัยใหม่
การ “เก็บสินค้าให้ได้เยอะที่สุด” ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป
แต่ต้อง “เก็บให้เป็นระบบ + หยิบได้จริง + คุมได้จริง”
หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ
การเก็บสินค้าแบบ “Lots” และการใช้ชั้นวางแบบ “Drive-In Rack”
คำถามคือ
มันตอบโจทย์ธุรกิจจริงไหม?
หรือแค่เหมาะกับบางประเภทเท่านั้น
Lot คืออะไร?
Lot คือ
การจัดกลุ่มสินค้าเป็น “ชุดเดียวกัน” ตามเงื่อนไข เช่น
• วันผลิต
• วันหมดอายุ
• Batch การผลิต
• Supplier
การเก็บสินค้าแบบ Lot จะช่วยให้สามารถ
ติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมสินค้าได้ง่ายขึ้น
Drive-In Rack คืออะไร?
Drive-In Rack คือ
ระบบชั้นวางสินค้าแบบ “ลึก” ที่สามารถขับรถ Forklift เข้าไปเก็บสินค้าได้
โดยจะเก็บสินค้าแบบ “เรียงลึกเข้าไปด้านใน”
เหมาะกับคลังที่ต้องการใช้พื้นที่แนวลึกให้คุ้มที่สุด
ทำไม Lot + Drive-In Rack ถึงถูกพูดถึงคู่กัน
เพราะทั้งสองแนวคิด
เน้น “การจัดกลุ่มสินค้า”
Lot
→ จัดกลุ่มตามข้อมูล
Drive-In
→ จัดกลุ่มตามพื้นที่จริง
เมื่อใช้ร่วมกัน
จะช่วยให้:
• จัดเก็บเป็นชุดเดียวกัน
• ลดการปะปนสินค้า
• ใช้พื้นที่คลังได้สูงสุด
ข้อดีของการเก็บสินค้าแบบ Lot
• ตรวจสอบย้อนหลังได้ (Traceability)
• ควบคุมคุณภาพสินค้าได้
• รองรับ FIFO / FEFO / LIFO
• ลดความผิดพลาดในการหยิบ
• เหมาะกับสินค้า Batch Production
ข้อดีของ Drive-In Rack
• ใช้พื้นที่คลังได้มากขึ้น 30–60%
• ลดพื้นที่ทางเดิน (Aisle)
• เหมาะกับการเก็บสินค้าแบบ Bulk
• รองรับการเก็บเป็น Lot ได้ดี
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง
แต่… Drive-In Rack มีข้อจำกัดอะไร?
• หยิบสินค้าช้ากว่า Rack ปกติ
• ต้องใช้ LIFO เป็นหลัก
• ไม่เหมาะกับสินค้าที่ต้องหยิบบ่อยหลาย SKU
• ต้องวางแผน Lot ให้ดี
• ต้องใช้ระบบช่วยควบคุม
Drive-In Rack เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
• โรงงานผลิต (Manufacturing)
• สินค้าเป็น Lot ใหญ่
• สินค้าไม่มีวันหมดอายุ
• สินค้าที่เคลื่อนที่เป็น Batch
• คลังที่ต้องการเพิ่ม Capacity
ตัวเลขที่ธุรกิจควรรู้
• เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้สูงสุด 60%
• ลดพื้นที่ทางเดินได้ 30–40%
• ลดต้นทุนพื้นที่คลัง 20–35%
• แต่เวลา Picking อาจเพิ่มขึ้น 10–25%
ปัญหาที่มักเกิดเมื่อใช้ Drive-In Rack
• หาสินค้าไม่เจอ
• Lot ปะปนกัน
• หยิบผิด
• ของเก่าค้าง
• ระบบไม่รองรับ LIFO
ทำไมต้องใช้ WMS กับ Lot + Drive-In
ถ้าจัดการแบบ Manual
จะเกิดปัญหา:
• จำตำแหน่งไม่ได้
• ไม่รู้ Lot ไหนอยู่ลึก
• หยิบผิด
• ข้อมูลไม่ตรง
ระบบ WMS ช่วยอะไรได้บ้าง
• กำหนด Lot Tracking อัตโนมัติ
• ระบุตำแหน่งสินค้า (Location / Depth)
• รองรับ LIFO / FIFO / FEFO
• แนะนำตำแหน่งจัดเก็บ (Putaway)
• ควบคุมการหยิบสินค้า
• ลด Human Error
Flow การทำงานจริง (Lot + Drive-In)
รับสินค้า
→ สร้าง Lot
→ Putaway เข้า Drive-In Rack
→ จัดเรียงตามลำดับ
→ รับออเดอร์
→ ระบบเลือก Lot ตาม Rule
→ Picking
→ Dispatch
ตอบคำถาม : Drive-In Rack ตอบโจทย์จริงไหม?
คำตอบคือ
“ตอบโจทย์…ถ้าใช้ถูกประเภท”
เหมาะกับ:
• สินค้า Lot ใหญ่
• ไม่ต้องหยิบบ่อย
• เน้นเก็บมากกว่าหยิบ
ไม่เหมาะกับ:
• E-commerce SKU เยอะ
• สินค้าหลายประเภท
• ต้องหยิบเร็ว

การเก็บสินค้าแบบ Lot ช่วยให้ควบคุมสินค้าได้แม่นยำ
และ Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในคลัง
ทั้งสองอย่างสามารถทำงานร่วมกันได้ดี
แต่ต้องใช้ระบบ WMS เพื่อควบคุมการจัดเก็บและการหยิบสินค้า
การเลือกใช้ต้องขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
รูปแบบการทำงาน และเป้าหมายของธุรกิจ
Drive-In Rack ช่วยเพิ่มพื้นที่คลังได้สูงสุด 60%
แต่ต้องใช้ร่วมกับระบบ WMS เพื่อควบคุม Lot และลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้า


